พับสา ใบลาน และลานก้อม: คลังสมบัติภูมิปัญญาแห่งล้านนา
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า อยากจดบันทึกอะไรก็ทำได้ แค่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์หรือถ่ายวิดีโอเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย แต่หากย้อนกลับไปในยุคพุทธศตวรรษที่ 18 ในดินแดนล้านนา การถ่ายทอดความรู้ ความศรัทธาและวิถีชีวิตของผู้คนกลับอาศัยวัสดุธรรมชาติที่เรียบง่ายเข้ามาใช้ในการบันทึกข้อมูลหรือเรื่องราวสำคัญของบรรพบุรุษ โดยถูกเรียกขานกันว่า ‘ตำราโบราณ’
ตำราโบราณเหล่านี้ ถูกเก็บไว้เป็นอย่างดีตามวัดวาอารามต่าง ๆ ในหอไตร หรือถูกส่งต่อให้บุคคลสำคัญตามบ้านเรือนเพื่อเก็บรักษาและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เนื้อหาภายในไม่ใช่แค่วิชาความรู้หรือตำรายาจากหมอโบราณแต่เพียงเท่านั้น ยังมีเรื่องหลักธรรมศาสนาพุทธ ศาสตร์ความรู้ด้านโหราศาสตร์หรือแม้แต่การดำรงชีวิต ก็ถูกบันทึกลงไปในตำราด้วย
ในวิถีชีวิตของชาวล้านนามีรูปแบบตำราเฉพาะถิ่นที่เรียกว่า พับสา ใบลาน และ ลานก้อม แต่ละชนิดล้วนมีลักษณะเฉพาะ ทั้งในด้านรูปแบบ วัสดุ การใช้งาน และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในทุกแผ่น สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนวิถีการใช้ชีวิตและการคิดของชาวล้านนาในแต่ละช่วงเวลาไว้ได้เป็นอย่างดี
พับสา: ตำราเฉพาะถิ่นของล้านนา
พับสา หรือที่ชาวล้านนาเรียกกันในชื่อ ปั๊บสา เป็นตำราโบราณชนิดหนึ่งที่สำคัญรองลงมาจากตำราใบลาน ทำจากต้นปอสา มีลักษณะเป็นกระดาษยาวต่อเนื่อง พับทบไปมาคล้ายพัด ส่วนใหญ่คัมภีร์โบราณที่ใช้พับสาจะเป็นบันทึกของชาวบ้าน ที่เป็นตำนานความเชื่อ ไสยศาสตร์ ยันต์ คาถา ตำรา มีส่วนของศาสนาอยู่บ้าง แต่จะเป็นคำถวายต่าง ๆ สำหรับใช้งานในพิธีกรรมทางศาสนาของชาวบ้าน
ลักษณะพิเศษของพับสา
- วัสดุ – ใช้กระดาษสาที่ทำจากเปลือกต้นปอสา ผ่านกรรมวิธีผลิตด้วยมือ จึงทำให้กระดาษมีความเหนียวและทนทานมาก
- การเขียน – พับสามักนิยมเขียนด้วยปากกาและหมึกโดยส่วนใหญ่จะเขียนเป็นอักษรไทยล้านนาหรือตัวเมือง มีภาพประกอบสวยงาม ตำราบางเล่มจะมีสีสันสดใสโดยเฉพาะตำรายาหรือตำราภาพสัตว์
- รูปแบบการจัดเก็บ – พับสาเมื่อถูกพับเก็บจะมีลักษณะเป็นเล่มสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีปกหุ้ม มักม้วนเก็บหรือวางซ้อนกันไว้
- เนื้อหา – ครอบคลุมหลากหลายประเภท ทั้งตำรายาพื้นบ้าน ตำราดูดวง ตำราโหราศาสตร์ ตำราเวทมนตร์คาถา นิทานพื้นบ้าน ตำนาน และพงศาวดารท้องถิ่น
ใบลาน: ต้นกำเนิดคัมภีร์สำคัญของชาวพุทธ
ใบลาน คือ รูปแบบตำราโบราณที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด เพราะมักถูกนำมาใช้ในการบันทึกพระธรรมคำสอนทางพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยโบราณ และสามารถนำมาจาร (เขียน) หนังสือได้อย่างรวดเร็ว งดงาม และมีความคงทนมากกว่าวัสดุตามธรรมชาติอื่น ๆ
การคัดเลือกใบลานจะต้องใช้ใบของต้นลานที่มีอายุเหมาะสม มีขนาดกว้างและยาวสม่ำเสมอ ผ่านกระบวนการเตรียมที่ซับซ้อน ตั้งแต่การตัด การตาก การต้มในน้ำสมุนไพรเพื่อป้องกันมอดและแมลงเข้ามาทำลาย ไปจนถึงการกดทับให้ใบลานนั้นเรียบเนียนก่อนนำมาใช้งานจริง
ลักษณะพิเศษของใบลาน
- ความคงทน – ใบลานจะต้องผ่านกระบวนการอบและต้ม ทำให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และสามารถเก็บรักษาได้ยาวนานนับร้อยปี
- การจาร – ผู้คนมักจะนิยมใช้เหล็กปลายแหลมเขียนลงบนใบลาน โดยไม่มีการใช้หมึก และลงมือจารเป็นอักษรล้านนาหรือตัวเมือง ข้อความที่จารลงไปจะมองเห็นเป็นร่องลึก หากจารแล้วต้องการให้ตัวหนังสือดูชัดเจนขึ้น อาจมีการใช้ผงถ่านหรือเขม่าไฟทาถูลงบนร่องจารด้วย
- รูปแบบการจัดเก็บ – ใบลานจะถูกเจาะรูตรงกลาง 1-2 รูในแต่ละแผ่น นำมาร้อยด้วยเชือกแล้วประกบด้วยไม้หัวท้าย หลังจากนั้นจะมัดรวมกันเป็นผูกหรือเป็นชุดคัมภีร์ ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ในหีบธรรมหรือตู้พระไตรปิฎก
- เนื้อหา – ตำราใบลานส่วนใหญ่จะเป็นพระไตรปิฎก วรรณคดี ธรรมะ ตำรายา โหราศาสตร์ และตำราพิธีกรรมต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น คัมภีร์โบราณ 700 ปีของเมืองน่าน ก็ได้จารึกเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวล้านนาจารลงบนใบลานด้วยเช่นกัน
ลานก้อม: ตำราหายากที่ซ่อนอยู่ในชุมชน
ลานก้อม เป็นตำราที่ทำจากใบลานเช่นเดียวกัน แต่ในพื้นที่ภาคเหนือ ชาวล้านนาจะเรียกตำราใบลานแผ่นสั้นหรือคัมภีร์ใบลานขนาดเล็กว่าลานก้อม มักทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีจำนวนหน้าน้อย และเนื้อหาสั้นกระชับ
ลักษณะพิเศษของลานก้อม
- วัสดุ – ใช้ใบลานเช่นเดียวกับคัมภัร์ใบลานที่นิยมใช้บันทึกกันในสมัยโบราณ แต่เป็นใบลานที่คัดมาอย่างดี มีขนาดและความหนาที่เหมาะสมที่จะสามารถพกติดตัวออกไปได้
- ขนาด – มีขนาดเล็กมาก พกพาสะดวก บางเล่มมีขนาดพอดีมือ
- การจาร – ใช้วิธีการจารด้วยเหล็กจารเช่นกัน ตัวอักษรในข้อความจึงมีความละเอียด เส้นเล็ก
- รูปแบบการจัดเก็บ – ลานก้อมมักไม่มีไม้ประกับหัวท้ายหรือร้อยเชือกผูก แต่มักจะเก็บเป็นแผ่น ๆ หรือเป็นชุดเล็ก ๆ ผูกรวมกันด้วยเชือกเอาไว้
- เนื้อหา – ส่วนใหญ่มักเป็นตำรายาฉุกเฉิน คาถาอาคมสั้น ๆ ตำราดูฤกษ์ยาม หรือสูตรยา สูตรอาหารบางอย่างที่ต้องการพกพาไปใช้งานได้ทันที
พับสา ใบลาน และลานก้อม ไม่เพียงเป็นแค่ตำราโบราณ แต่เป็นดั่งหน้าต่างที่เปิดไปสู่โลกแห่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวล้านนา โดยเฉพาะในตำรายาโบราณที่ถูกจารึกคลังความรู้ไว้บนใบลาน ทำให้เราได้ค้นพบขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอย่าง ‘หญ้ายา’ พืชที่มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นในพื้นที่จังหวัดน่าน
การดำรงอยู่ของตำราเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าภูมิปัญญาด้านการแพทย์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นหญ้ายา หรือพืชพรรณอื่น ๆ ได้ถูกสั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น การศึกษาและอนุรักษ์ตำราเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาวัตถุโบราณ แต่เป็นการสืบทอดองค์ความรู้ ค่านิยม และวิถีชีวิตอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.mps-center.in.th/manuscripts/blog/21
https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/34609-เครื่องมือเครื่องใช้ในพิธีกรรม-ตอน-พับสา
https://ruir.lib.ru.ac.th/sites/default/files/rulj-8-3-03.pdf