หญ้ายา มิติแห่งการเชื่อมต่อผู้คน ความรู้ และสถานที่
เมื่อเอ่ยถึง หญ้ายา หลายคนอาจนึกถึงพืชที่มีสรรพคุณทางยาที่ใช้รักษาโรคตามตำราโบราณเพียงอย่างเดียว แต่หากมองให้ลึกลงไปมากกว่าแค่พืชรักษาโรค หญ้ายาคือขุมทรัพย์แห่งความรู้ วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของชาวน่านที่ฝังรากลึกในพื้นที่นี้มานานหลายร้อยปี เป็นดั่งเครื่องมือเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน องค์ความรู้ทั้งหลายเข้าด้วยกัน
หญ้ายา : สายใยเชื่อมสัมพันธ์คนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่
ภูมิปัญญาหญ้ายาเริ่มต้นจากศึกษาพืชพรรณในครัวเรือนและชุมชน ผนวกกับการศึกษาศาสตร์ทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ ซึ่งนี่คือสิ่งที่คนยุคโบราณได้สั่งสม บันทึกและส่งต่อให้กับลูกหลานและคนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์จากพืชในธรรมชาติ ไม่ว่าความรู้นั้นจะมาจากตำรับยาโบราณ 700 ปีหรือแม้แต่การส่งต่อความรู้จากปากต่อปาก
หญ้ายาจึงเสมือนเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของบรรพบุรุษผ่านมิติแห่งเวลา ส่งต่อองค์ความรู้ ภูมิปัญญาอันดีและทรงคุณค่าให้แก่ครอบครัวขยายกว้างออกเป็นชุมชน สร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติและสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
หญ้ายา : ผสานองค์ความรู้กับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
พืชที่เติบโตตามใต้ต้นไม้ใหญ่กลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่ทำให้หญ้ายาเป็นพืชที่มีสารสำคัญเต็มประสิทธิภาพ ผนวกเข้ากับภูมิปัญญาที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เราจึงสามารถใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ สกัดสารสำคัญจากพืชที่มีสรรพคุณทางยาเหล่านี้มาทำวิจัยและต่อยอดเป็นยาสมัยใหม่ที่มีงานวิจัยรองรับ
หญ้ายาในจังหวัดน่าน จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้เพื่อรักษาโรคแบบดั้งเดิมได้เท่านั้น แต่ได้พัฒนาไปสู่การผสานกับองค์ความรู้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งการระดมนักวิจัยด้านเภสัชกรรมจากคณะเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมไปถึงองค์การเภสัชกรรมที่จะมาช่วยวิจัยค้นหาและทำให้พืชที่มีสรรพคุณทางยาได้พัฒนาเป็นยาที่ทันสมัยมีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าสมุนไพรทั่วไป
การร่วมมือกันผสานองค์ความรู้ของนักวิจัย ชาวบ้านพร้อมกับการร่วมมือกันของหน่วยงานรัฐและเอกชน จะเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาที่มีมาแต่โบราณของชาวน่านไปสู่การผลิตยาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาทางเศรษฐกิจและพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน
หญ้ายา เชื่อมต่อความรู้สู่ความหวังของคนไทย
อาจกล่าวได้ว่าหญ้ายาคือมิติแห่งความรู้ที่เชื่อมต่อผู้คนในจังหวัดน่านเข้าด้วยกัน เริ่มต้นจากการสังเกต ทดลองและสืบทอดในครัวเรือนและชุมชน ได้เชื่อมโยงไปถึงนักวิจัย หน่วยงานด้านสุขภาพ องค์กรการศึกษาที่เข้ามามีบทบาทในการค้นคว้าวิจัย นำสารสกัดสำคัญจากพืชที่มีสรรพคุณทางยามาพัฒนาต่อยอดให้เป็นยารักษาโรคที่มีงานวิจัยรองรับและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลในอนาคต
ซึ่งหากหญ้ายาจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้ จะต้องอาศัยการร่วมมือกันระหว่างจุดที่เล็กที่สุดอย่างคนในชุมชน ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการร่วมมือกันพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวยา แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้กับชาวน่าน ทำให้หญ้ายากลายเป็นพืชพรรณที่ถักทอความรู้ วัฒนธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนอย่างแท้จริง
ข้อมูลอ้างอิง