โปรเจกต์ความยั่งยืนจากจังหวัดน่าน
จังหวัดน่าน ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม ไม่ได้เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมล้านนาโบราณเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนแห่งขุนเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้น่านเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดน่านต้องเผชิญสารพัดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย ส่งผลให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ต้นน้ำสำคัญ แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ได้เกิดโครงการและแนวคิดมากมายที่มุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้จังหวัดน่านยังคงความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้อย่างยั่งยืน
โครงการน่านแซนด์บ็อกซ์ (Nan Sandbox)
เมื่อพูดถึงโครงการสำคัญในจังหวัดน่าน หนึ่งในโครงการริเริ่มที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักคือ “น่านแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นแนวคิดที่เปรียบจังหวัดน่านเสมือนเป็นพื้นที่ทดลอง ในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรป่าไม้จังหวัดน่านที่ลดหายไปเป็นจำนวนมาก การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่มีตัวแทนรัฐและเอกชนเป็นประธานร่วมในการบริหารงานโครงการระดับจังหวัดอีกด้วย
วัตถุประสงค์ของน่านแซนด์บ็อกซ์ ก็เพื่อหาแนวทางยุติปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้กลับคืนมา พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย โดยใช้หลัก 72:18:10 เป็นสัดส่วนพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- 72%: พื้นที่ป่าสงวน
เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญ ที่ต้องได้รับการรักษาไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาระบบนิเวศและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไว้ โดยเป็นแหล่งน้ำหลักของจังหวัดและประเทศ
- 18%: พื้นที่วนเกษตร หรือ เกษตรในป่า
เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจผสมผสานกับการรักษาป่า เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องบุกรุกป่าเพิ่ม และยังคงช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวไว้ได้เป็นอย่างดี
- 10%: พื้นที่เกษตรทั่วไป และที่อยู่อาศัย
เป็นพื้นที่สำหรับทำการเกษตรแบบดั้งเดิม และเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชน
โครงการน่านแซนด์บ็อกซ์ ส่งเสริมให้เกิดการปลูกพืชในรูปแบบวนเกษตร ซึ่งเป็นการปลูกพืชเศรษฐกิจผสมผสานกับการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยเฉพาะพืชที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงการปลูกพืชยา ทำให้เกิดการบัญญัติพืชที่มีสรรพคุณทางยาเหล่านี้ว่า หญ้ายา นั่นเอง
หญ้ายา กับโครงการน่านแซนด์บ็อกซ์
หญ้ายา คือคำที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านได้อย่างลึกซึ้งที่สุด เพราะมันไม่ได้หมายถึง “หญ้า” อย่างที่เข้าใจกันทั่วไป แต่หมายถึง พืชที่มีสรรพคุณทางยาซึ่งมีบทบาทสำคัญในชีวิตคนเมืองน่านมานับร้อยปี
ในอดีต ชาวน่านปลูกพืชสมุนไพรไว้รอบบ้านหรือในสวนป่า ไม่เพียงเพื่อใช้รักษาโรค แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตในระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน พืชอย่างฟ้าทะลายโจร ไพล ขมิ้น หญ้าหนวดแมว หรือแม้แต่พืชท้องถิ่นหายาก ล้วนเติบโตใต้ร่มเงาไม้ใหญ่โดยไม่รบกวนธรรมชาติ ชุมชนเข้าใจว่าต้นไม้ใหญ่คือร่มชีวิต และหญ้ายาคือรากแห่งสุขภาพ ความคิดนี้เองคือจิตวิญญาณของภูมิปัญญาน่าน
เมื่อแนวคิดในโครงการน่านแซนด์บ็อกซ์เข้ามา หญ้ายาถูกนำกลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาเก่าและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นักวิจัย แพทย์แผนไทย และเกษตรกรร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อปลูกหญ้ายาให้มีคุณภาพสูงและสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงพาณิชย์ เช่น ยาแผนไทย เครื่องดื่มสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพธรรมชาติต่าง ๆ
แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือ หญ้ายากลายเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูผืนป่าและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ อันได้แก่
- เกษตรกรปลูกหญ้ายาใต้ต้นไม้ใหญ่แทนการถางป่า
- ดินได้รับการฟื้นฟูเพราะไม่ถูกชะล้างหรือทำลาย
- สัตว์เล็กกลับคืนสู่พื้นที่ เพราะระบบนิเวศเริ่มสมบูรณ์อีกครั้ง
- ผู้คนมีรายได้จากพืชที่ดูแลธรรมชาติในเวลาเดียวกัน
การริเริ่มโครงการหญ้ายา นี่จึงไม่ใช่แค่เพียงการปลูกพืชเพื่อฟื้นฟูป่าเท่านั้น แต่คือการปลูกอนาคต ทั้งอนาคตของธรรมชาติ อนาคตของชาวบ้านในชุมชน และอนาคตของวงการแพทย์ไทยอีกด้วย
โครงการ CIAN โครงการที่น่าสนใจในจังหวัดน่าน
นอกจากโครงการใหญ่อย่างน่านแซนด์บ็อกซ์แล้ว จังหวัดน่านยังมีโครงการและแนวคิดที่น่าสนใจที่สามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนในหลากหลายมิติให้กับสภาพแวดล้อมและคนในชุมชน นั่นคือ โครงการ CIAN (เซียน) หรือ Circular Innovation for Nan
CIAN เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คนในจังหวัดน่าน ของทีมนักวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล สถาบันวิทยาสิริเมธีหรือวิสเทค (VISTEC)
โครงการนี้เกิดจากปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นและการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้องในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนจังหวัดน่านให้เป็นเมืองปลอดขยะผ่านการให้ความรู้ การสร้างเทคโนโลยี และนวัตกรรมในชุมชน เช่น ระบบถังสุดดี (SUZDEE) ที่จะเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นปุ๋ยน้ำคุณภาพสูงที่ปลอดภัยต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม
น่าน กับอนาคตที่ยั่งยืน
จังหวัดน่านเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการอนุรักษ์ที่ไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นสามารถทำได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความมุ่งมั่นในเป้าหมายและการนำภูมิปัญญามาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม โครงการต่าง ๆ ในจังหวัดน่านไม่เพียงแต่สามารถแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ แต่ยังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคต และรักษาสิ่งแวดล้อมอันเป็นมรดกสำคัญไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลอ้างอิง :
https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2777483
https://www.thaipost.net/main/detail/29071
https://www.facebook.com/nanfestofficial
https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/485601