วัดในจังหวัดน่าน แหล่งขุมทรัพย์ทางภูมิปัญญา
จังหวัดน่าน เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ แหล่งรวมความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาไว้อย่างเต็มเปี่ยม วัดวาอารามหลายแห่งของจังหวัดน่านจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังศูนย์รวมภูมิปัญญาของชาวน่าน เสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่คอยเล่าเรื่องราวความรู้ ความเชื่อ และการดำเนินชีวิตของชาวน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ในสมัยโบราณ พระสงฆ์คือครูผู้สอนและเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลากหลายแขนง ทั้งด้านศาสนา ภาษา โหราศาสตร์ ศิลปะ ไปจนถึงการแพทย์แผนโบราณ ที่เห็นได้จากคัมภีร์ใบลานและตำรายาสมุนไพรเก่าแก่กว่า 700 ปี ที่ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ในวัดบางแห่งในจังหวัดน่าน
บทความนี้จะบอกเล่าถึงวัดที่มีบทบาทสำคัญในการเก็บรักษามรดกแห่งภูมิปัญญานี้ และวัดที่มีบทบาทในวิถีชีวิตของคนในชุมชน อยู่คู่กับชาวน่านมาอย่างยาวนาน
วัดภูมินทร์
ที่ตั้ง : อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
วัดภูมินทร์ หนึ่งในวัดที่เก่าแก่กว่า 400 ปีของเมืองน่านที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่แปลกตา คือเป็นโบสถ์จตุรมุขแห่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างในลักษณะที่วางแผนผังเป็นรูปกากบาท มองจากภายนอกดูคล้ายมณฑป แต่เข้าสู่ภายในมี 4 ประตู ตรงกับ 4 ทิศ และมีพระประธานจตุรพักตร์หันหน้าออกทั้งสี่ทิศ
วัดภูมินทร์กับวิถีชีวิตคนน่าน
จุดเด่นที่ทำให้วัดภูมินทร์เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ จิตรกรรมฝาผนังที่เป็นศิลปกรรมแบบไทลื้อ ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ฮูบแต้ม’ วาดโดยหนานบัวผันและช่างสกุลช่างน่าน ซึ่งบอกเล่าถึงพุทธชาดก และสะท้อนวิถีชีวิตของชาวน่านในอดีต ทั้งการแต่งกาย บ้านเรือน การสักยันต์ตามตัว และยังมีภาพวาดที่โด่งดัง นั่นคือภาพ ‘ปู่ม่านย่าม่าน’ หรือที่เรียกกันว่าภาพกระซิบรักบันลือโลก ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดน่านเลยทีเดียว
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้ดำเนินการพัฒนาวัดภูมินทร์ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองน่าน ให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสอารยธรรมโบราณและสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง
ที่ตั้ง : อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 600 ปีที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองน่านมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวน่านกล่าวกันว่าถ้ามาที่จังหวัดน่านแล้วไม่ได้มาที่นี่ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองน่าน
วัดแห่งนี้มีองค์พระธาตุเป็นศิลปะล้านนาสกุลช่างน่านแท้ ๆ ที่มีความงดงามโดดเด่น มองเห็นได้แต่ไกลเพราะมีสีเหลืองอร่ามและมีความสูงถึง 55.5 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับมาจากเมืองสุโขทัยไว้ แสดงถึงสัมพันธไมตรีระหว่างทั้งสองเมือง และที่นี่จะมีการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุแช่แห้งจัดขึ้นในทุกปี ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศให้เป็น 1 ใน 16 เทศกาลประเพณีไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติอีกด้วย
วัดพระธาตุแช่แห้งกับวิถีชีวิตคนน่าน
ศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวน่านและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ชาวน่านมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง โดยเชื่อว่าการได้มานมัสการพระธาตุแช่แห้งเปรียบเสมือนการได้ไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิด เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุข
ในฐานะที่วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง จึงมีการค้นพบตำรายาและตำราพระไตรปิฎกใบลานภายในหอไตรหรือหอพระไตรปิฎกเดิมของวัด ที่จารึกไว้ด้วยอักษรธรรมล้านนา หรือที่คนพื้นเมืองน่านเรียกว่า ‘อักษรไทยน้อย’ แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านการศึกษาและการรักษาโรคในอดีตได้อย่างชัดเจน
วัดผาขวาง
ที่ตั้ง : ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำน่านที่บรรยากาศสงบร่มรื่นไปกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน แม้วัดผาขวาง จะไม่ใช่วัดท่องเที่ยวหรือวัดที่มีอายุเก่าแก่ แต่วัดแห่งนี้กลับเป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ใบลานจารึกภาษาล้านนาที่หลงเหลืออยู่ 3 หีบธัมม์ได้ โดยมีลักษณะเป็นคัมภีร์ใบลาน 6 ผูก บนฝาหีบได้ระบุเอาไว้ว่าสร้างขึ้นในปี จ.ศ.1184 หรือเทียบเท่า พ.ศ.2365 เท่ากับว่าคัมภีร์โบราณนี้มีอายุกว่า 200 ปี
วัดผาขวางกับวิถีชีวิตคนน่าน
วัดผาขวางเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชาวตำบลบ่อและเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานบุญประเพณีสำคัญของชาวบ้าน และแน่นอนว่าการค้นพบคัมภีร์โบราณที่เนื้อหาภายในกล่าวถึงเรื่องตำรายาที่วัดแห่งนี้ จึงเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่บ่งบอกถึงองค์ความรู้ด้านการรักษาโรคด้วยพืชที่มีวรรพคุณทางยาของคนน่านตั้งแต่โบราณ ซึ่งตอนนี้ได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ทางวัดและคนในชุมชนได้ร่วมมือกันอนุรักษ์ ศึกษาและสืบสานคัมภีร์ใบลานเก็บไว้ให้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้ลูกหลานบ้านผาขวางได้ภาคภูมิใจสืบไป
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.naewna.com/local/650983#google_vignette
https://travel.trueid.net/detail/1ZzdNoGkny1
https://www.dasta.or.th/th/article/268
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_666031
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sujthai/article/view/121226